สุขภาพ

ความเชื่อเรื่อง “กินเนื้อสัตว์เสี่ยงเป็นมะเร็ง” จริงหรือไม่?

ความเชื่อเรื่อง “กินเนื้อสัตว์เสี่ยงเป็นมะเร็ง”
Posted by Pimchanok

เพื่อน ๆ คงเคยได้ยินกับคำว่า “เนื้อสัตว์ เป็นอาหารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง” ซึ่งประโยคนี้พบบ่อยมากโดยมาจากการคำบอกเล่า หรือข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตต่าง ๆ จนทำให้เกิดเราต่างเกิดความสงสัยว่าจริงหรือไม่? การกินเนื้อสัตว์นั้นเสี่ยงต่อเป็นมะเร็ง ดังนั้นวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปหาคำตอบกัน ว่าสิ่งที่เคยได้ยินมานั้นเป็นความจริงหรือไม่? ตามไปไขข้อสงสัยพร้อม ๆ กันเลยดีกว่าค่ะ กับ ความเชื่อเรื่อง “กินเนื้อสัตว์เสี่ยงเป็นมะเร็ง”

ความเชื่อเรื่อง “กินเนื้อสัตว์เสี่ยงเป็นมะเร็ง” จริงหรือไม่?

ความเชื่อเรื่อง “กินเนื้อสัตว์เสี่ยงเป็นมะเร็ง”

เนื้อสัตว์ เพิ่มเสี่ยงโรคมะเร็ง?

เนื้อสัตว์สามารถเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งได้จริง โดยประเภทของเนื้อสัตว์ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งให้กับเราได้ ได้แก่

  • เนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก กุนเชียง เบคอน แฮม ฯลฯ เพราะมีสารไนไตรท์/ไนเตรท รวมถึงเกลือ ที่จะก่อให้เกิดสารก่อมะเร็งไนโตรซามีน โดยเฉพาะเพื่อนำมาประกอบอาหารที่ผ่านความร้อนสูง เช่น ปิ้ง ย่าง ก็จะยิ่งเกิดสารก่อมะเร็งสูงเพิ่มมากขึ้นไปด้วย
  • เนื้อแดง เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อสัตว์ใหญ่ มีความเป็นไปได้ว่าจะก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้บ้าง แต่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจน จากงานวิจัยบางส่วนพบว่า ส่วนของเนื้อแดงที่ติดหนัง ติดมัน และผ่านความร้อนสูงในการปรุง เช่น ปิ้ง ย่าง อาจมีส่วนที่ทำให้เกิดมะเร็งได้

วิธีกินเนื้อสัตว์ให้ปลอดภัยจากโรคมะเร็ง

  • หากอยากรับประทานเนื้อแดง ควรรับประทานไม่เกิน 500 กรัมใน 1 สัปดาห์ หรือ 70-75 กรัมต่อวัน หรือประมาณ 5 ช้อนกินข้าว
  • ไม่ควรทำอาหารปรุงเนื้อแดงด้วยความร้อนสูง เช่น ปิ้ง ย่าง จนก่อให้เกิดส่วนที่ไหม้เกรียม
  • สลับรับประทานเนื้อแดงกับเนื้อสัตว์ประเภทอื่น ๆ เช่น เนื้อปลา เนื้อไก่ อาหารทะเล หรือแหล่งโปรตีนอื่น ๆ เช่น เต้าหู้ เป็นต้น
  • กินเนื้อแดงควบคู่ไปกับผักผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ มะเขือเทศ ส้ม มะนาว ฝรั่ง แครอท มะละกอสุก เป็นต้น
ความเชื่อเรื่อง “กินเนื้อสัตว์เสี่ยงเป็นมะเร็ง”

อาหารอื่น ๆ ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งได้

อาหารให้พลังงานสูง (ในปริมาณไม่มาก) เช่น แป้งจากขนมปังในแฮมเบอร์เกอร์ แป้งพิซซ่า แป้งในอาหารทอดต่าง ๆ ทำให้เราได้รับไขมันอิ่มตัวเยอะ อาจทำให้เสี่ยงภาวะน้ำหนักเกิน และอาจนำไปสู่ความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งได้ด้วย นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบสืบพันธุ์ ระบบทางเดินอาหาร และระบบในร่างกายอื่น ๆ ได้อีกด้วย

  • น้ำตาลกับโรคมะเร็ง

ข้อข้องใจ : ข้อมูลที่ส่งต่อกันเป็นจำนวนมากทางอินเตอร์เน็ตบอกว่า การบริโภคน้ำตาลทรายเป็นภัยทำให้เกิดมะเร็ง ด้วยเหตุผลว่าเซลล์มะเร็งเติบโตด้วยการหล่อเลี้ยงของน้ำตาล

คำตอบ : Ruxton et al (2010) และ WCRF (2007) ได้ให้คำตอบว่า น้ำตาลทรายโดยตัวของมันเองนั้นไม่ได้ทำร้ายสุขภาพ แต่ปริมาณที่บริโภคน้ำตาลมีความสำคัญ ในบางงานวิจัยที่พบว่าการบริโภคน้ำตาลมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่นั้น มีปัจจัยที่รบกวนการศึกษา เช่น การได้รับพลังงานมากเกินไปที่พบคู่ไปกับการกินน้ำตาลมาก ซึ่งกาแฟและเครื่องดื่มน้ำอัดลมไม่มีความสัมพันธ์กับการเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ทั้งนี้ มิได้หมายความว่า จะให้บริโภคเครื่องดื่มเหล่านี้กันอย่างไม่จำกัด เพียงแต่ชี้ให้เห็นว่าสามารถบริโภคได้ตามสมควร แต่มิได้ห้ามการบริโภคสำหรับผู้ที่กลัวเป็นโรคมะเร็ง

ความเชื่อเรื่อง “กินเนื้อสัตว์เสี่ยงเป็นมะเร็ง”
  • ผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองกับโรคมะเร็ง

ข้อข้องใจ : มีผู้ที่บอกว่า กินนมถั่วเหลือง เต้าหู้แล้วไม่ดี เร่งการเติบโตของมะเร็งเต้านม ผู้ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งจำนวนมากจึงเลิกรับประทานเต้าหู้ นมถั่วเหลือง

คำตอบ : จากการศึกษาของ Yan et al 2010 (กระทรวงเกษตร สหรัฐอเมริกา) พบว่า การบริโภคอาหารจากถั่วเหลืองลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ในผู้หญิง 21% โดยไม่มีผลในผู้ชาย และไม่มีปัญหากับมะเร็งเต้านมในผู้หญิง

  • นมวัวกับโรคมะเร็ง

ข้อข้องใจ : มีผู้ที่บอกว่า กินนมวัวแล้วไม่ดี เร่งการเติบโตของมะเร็งเต้านม ผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งจำนวนมากจึงเลิกรับประทานนมวัว โยเกิร์ต เนยแข็ง และอาหารที่ทำจากนมวัวทุกอย่าง

คำตอบ : WCRF (2007) รายงานว่า การบริโภคอาหารนมวัวไม่ได้เกี่ยวข้องต่อความเสี่ยงการเกิดมะเร็ง  และไม่มีผลไปเร่งให้ก้อนเนื้อร้ายโตขึ้น  สามารถดื่มได้ แต่ถ้าดื่มนมวัวแล้วท้องเสีย สามารถเปลี่ยนมาดื่มโยเกิร์ต หรือนมถั่วเหลืองแทนได้ มีผู้ป่วยหลายคนเกิดปัญหาเรื่องกระดูกพรุนขึ้นมาพร้อม ๆ กับเรื่องมะเร็งอยากจะบำรุงกระดูกไปด้วย แนะนำว่า ถ้ากินนมวัวได้อยู่แล้ว ให้กินต่อไปวันละ 1-2 แก้ว

ความเชื่อเรื่อง “กินเนื้อสัตว์เสี่ยงเป็นมะเร็ง”
  • ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกับโรคมะเร็ง

ข้อข้องใจ : มีผู้บอกว่า กินอาหารเสริมป้องกันมะเร็งได้

คำตอบ : คำแนะนำจากการประมวลข้อมูลล่าสุดในขณะนี้ คือ ไม่แนะนำให้เสริม  วิตามินเอ เบต้าแคโรทีน วิตามินอี โฟเลตในรูปแบบเม็ด หรือแคปซูล เพื่อป้องกันมะเร็ง เพราะมีหลักฐานว่าจะมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคมะเร็งได้จากการเสริมผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ต่อเนื่องยาวนาน ทั้งนี้ยกเว้น วิตามินอี และ โฟเลต ให้เสริมในรายที่แพทย์สั่ง เนื่องจากผู้ป่วยมีภาวะขาดหรือเสี่ยงที่จะขาดวิตามิน

วิตามินซี ที่นิยมรับประทานกันมาก เช่น วันละ 1,000-16,000 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งมากเกินไป นอกจากไม่ช่วยให้โรคมะเร็งดีขึ้น ยังอาจทำให้เม็ดเลือดขาวทำงานด้อยลง และเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในไต ถ้าเสริมมากเป็นประจำ

น้ำมันปลา  มีกรดไขมันประเภทโอเมก้า 3 มักบริโภคเพื่อหวังผลลดการเกิดการอักเสบ ประโยชน์ที่ได้รับก็ยังไม่ชัดเจนมาก แต่ถ้าจะรับประทานก็ไม่มีข้อห้าม นอกจากผู้ที่เสี่ยงจะมีเลือดออก น้ำมันปลาจะเพิ่มความเสี่ยงนี้มากขึ้นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดอื่น ๆ ขณะนี้ยังไม่มีชนิดใดที่พบว่าได้ผลในการป้องกันมะเร็ง

จบกันไปแล้ว กับบทความข้างต้นเกี่ยวกับ “กินเนื้อสัตว์เสี่ยงเป็นมะเร็ง” จริงหรือไม่? ซึ่งเราได้หาคำตอบมาคลายข้อสงสัยให้กับเพื่อน ๆ เรียบร้อยแล้ว ว่ากินเนื้อสัตว์นั้นอาจมีส่วนที่ทำให้เกิดมะเร็งได้ ดังนั้นเพื่อน ๆ ควรกินเนื้อสัตว์ในปริมาณที่เหมาะสมต่อวัน และไม่ควรทานเนื้อที่ไหม้เกรียมจนเกินไป เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงของเพื่อน ๆ อย่าลืมทำตามคำแนะนำกันนะคะ

ระบบระบายความร้อนมีความสำคัญต่อเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอย่างมาก วันนี้เราจึงได้รวบรวมพัดลมเคสคอมพิวเตอร์มาให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกัน โดยจะมีตัวไหนที่น่าสนใจบ้างไปดูกันเลยค่ะ

อ่านบทความเพิ่มเติม ปัญหารักเเร้ดำ เรามีทางเเก้!!