เรื่องรอบตัว

แจกทริคเลือกซื้อ “ผ้าปูที่นอน” ให้นอนหลับสบาย

แจกทริคเลือกซื้อ “ผ้าปูที่นอน”
Posted by Pimchanok

หลังจากที่ทำงานมาทั้งวันอย่างหนักหน่วง คงไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการทิ้งตัวลงบนที่นอนนุ่ม ๆ เพื่อเป็นพักผ่อนให้พร้อมลุยงานต่อในเช้าวันใหม่ แต่คุณเคยเป็นกันไหม ง่วงนอนแค่ไหนก็ยังนอนไม่หลับสักที ปัญหานี้อาจเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น เครียดสะสม กินกาแฟมากเกินไปในตอนกลางวัน และอีกหนึ่งปัจจัยที่ทุกคนอาจมองข้ามก็คือ ชุดผ้าปูที่นอนที่ไม่มีคุณภาพ ก็อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้คุณนอนไม่หลับ หรือนอนหลับไม่สนิทได้เช่นกัน วันนี้เรา แจกทริคเลือกซื้อ “ผ้าปูที่นอน” เพื่อช่วยให้การนอนหลับของคุณนั้นหลับสบายขึ้น จะมีเทคนิคใดบ้าง ตามไปดูกันเลยค่ะ

แจกทริคเลือกซื้อ “ผ้าปูที่นอน”

แจกทริคเลือกซื้อ “ผ้าปูที่นอน” อย่างไร? ให้นอนหลับสบาย

1. เลือกขนาดผ้าปูที่นอนให้ตรงกับขนาดที่นอน

สำรวจที่นอนและเตียงว่ามีขนาดเท่าไหร่ เมื่อทราบขนาดที่แน่นอนแล้ว ก็มาเริ่มเลือกผ้าปูที่ขนาดเหมาะพอดีกับที่นอน ไม่ควรใช้ผ้าปูที่มีขนาดเล็กหรือใหญ่กว่าที่นอน เพราะจะทำให้ผ้าไม่เรียบตึง เมื่อใช้งานจริงและยังทำให้ผู้นอนรู้สึกไม่สบายตัว ขณะนอนหลับอีกด้วย

ขนาดผ้าปูที่นอน ดังนี้

  • Single fitted sheet 42 X 78 นิ้ว (3.5 X 6.5 ฟุต)
  • Queen fitted sheet 60 X 78 นิ้ว (5 X 6.5 ฟุต)
  • King fitted sheet 72 X 78 นิ้ว (6 X 6.5 ฟุต)

2. เลือกผ้าปูที่นอนจากวัตถุดิบที่ใช้ในการทอ

เส้นใยที่ใช้ในการทอ โดยทั่วไปแล้วจะมีอยู่ 3 แบบด้วยกัน คือ

  • เส้นใยที่ทำมาจากเส้นใยธรรมชาติ 100% อาทิเช่น เส้นใยที่ทำมาจากฝ้าย (Cotton) เส้นใยที่ทำมาจากไหม (Silk) เส้นใยที่ทำมาจากใยไผ่ (Bamboo) เป็นต้น
  • เส้นใยที่ทำมาจากเส้นใยสังเคราะห์ 100% อาทิเช่น เส้นใย 100% Polyester เส้นใย Microfiber
  • เส้นใยที่ทำมาจากเส้นใยผสม คือ การที่นำส่วนผสมเส้นใยธรรมชาติมาผสมเข้ากันกับส่วนผสมของเส้นใยสังเคราะห์แล้วปั่นออกมาเป็นเส้นใยผสม ซึ่งมีหลากหลายชื่อที่ใช้เรียกกันในท้องตลาด
แจกทริคเลือกซื้อ “ผ้าปูที่นอน”

3. เนื้อผ้าปูที่นอน

ถือเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะชนิดของเนื้อผ้าที่แตกต่างกันจะผลต่อคุณภาพของผ้าปูโดยตรง ในปัจจุบันมีเนื้อผ้าให้เลือกหลากหลาย ผ้าแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติแตกต่างกันออกไป

  • ผ้าฝ้าย (Cotton) : เนื้อผ้านุ่ม ช่วยในการซับเหงื่อ ดูดซับความชื้น ระบายอากาศและความร้อนได้ดี ทำความสะอาดง่าย ซักรีดได้ที่อุณหภูมิสูง
    • การทำความสะอาด : นำผ้าปูไปซักด้วยเครื่องซักผ้า จากนั้นนำไปตากแดดหรือใส่เครื่องอบผ้าที่อุณหภูมิต่ำ ป้องกันไม่ให้เนื้อผ้าแข็งหรือหดตัว
    • Tip: อาจใส่น้ำยาปรับผ้านุ่ม เพื่อช่วยรักษาเนื้อผ้าให้นุ่มน่าสัมผัส และไม่แข็งกระด้าง
  • ผ้าไหม (Silk) : เมื่อนำมาทอเป็นผืนผ้า จะมีลักษณะอ่อนนุ่ม เป็นมัน เหนียว ยืดหยุ่นตัวดี ดูดซับความชื้น เนื้อผ้าดูหรูหราเป็นมันแวววาว ราคาค่อนข้างแพง ซักรีดยาก น้ำหนักจะเบาและค่อนข้างยับง่าย
    • การทำความสะอาด : นำผ้าไหมใส่ลงเครื่องซักผ้า แล้วกดเลือกโปรแกรมการซักแบบผ้าเนื้อบาง (Delicate wash) หลังจากซักเสร็จแล้ว ให้นำผ้าออกไปพาดไว้ที่ราวเพื่อตากแดดให้แห้ง แต่อย่าใช้ไม้หนีบเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ผ้าไหมเป็นรอยได้ค่ะ
  • ผ้าใยไผ่ (Bamboo) : นุ่มนวล เงางาม มีลวดลายที่เกิดจากธรรมชาติของเส้นใย สามารถดูดซับน้ำและความชื้นได้เป็นอย่างดี เส้นใยโปร่งระบายอากาศได้ดี ต้านการเจริญของแบคทีเรียได้ดีมาก
    • การทำความสะอาด : ควรซักด้วยน้ำยาซักผ้าสูตรอ่อนโยนเท่านั้น ห้ามใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม เพื่อรักษาคุณภาพควรซักด้วยมือ หรือถ้าต้องการซักด้วยเครื่องควรใส่ถุงซักผ้า เลือกโหมดถนอมผ้าที่อุณหภูมิน้ำไม่เกิน 40 องศาเท่านั้น ตากด้วยลมเย็น ห้ามอบแห้งด้วยลมร้อน
  • ผ้าฝ้ายผสมใยสังเคราะห์ (Poly-cotton) : เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดี แม้จะไม่สามารถระบายอากาศได้ดีเท่าผ้าฝ้ายแท้ แต่ฝ้ายผสมใยสังเคราะห์จะยับยากกว่าผ้าฝ้ายแท้ และราคาถูกกว่า
    • การทำความสะอาด : ผ้าฝ้ายผสมใยสังเคราะห์เป็นผ้าที่ทำความสะอาดง่าย สามารถซักด้วยเครื่องซักผ้าและปั่นแห้งได้เลย
  • ผ้าซาติน (Satin) : เนื้อผ้าค่อนข้างหนา เนียนนิ่มลื่นเย็นสบาย ผิวผ้าลื่นเป็นเงา เรียบหรู ตัวผ้ามีน้ำหนัก ทิ้งตัวดี
    • การทำความสะอาด : ต้องใช้ความละเอียดอ่อน เพื่อถนอมเนื้อผ้าให้ใช้ได้นานที่สุด จึงนิยมซักด้วยมือโดยใช้น้ำเย็นผสมผงซักฟอกสูตรอ่อนโยนต่อเนื้อผ้า จากนั้นจึงนำไปอบในอุณหภูมิต่ำหรือตากในที่ร่ม

นอกจากชนิดผ้าที่แตกต่างกัน ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพของผ้าปูที่นอนที่แตกต่างกันแล้ว ความหนาแน่นของเส้นด้ายในการถักทอก็มีผลต่อราคาและคุณสมบัติของผ้าปู โดยผ้าปูที่นอนคุณภาพดีควรมีความหนาแน่นของเส้นด้ายในการถักทอ (Thread count) ยิ่งมีจำนวนเส้นด้ายที่ทอมากเท่าไหร่ ความนุ่นสบายของผ้าปูที่นอนนั้นก็จะมีมากเท่านั้น

แจกทริคเลือกซื้อ “ผ้าปูที่นอน”

4. การเลือกโทนสี ผ้าปูที่นอน

ห้องนอนถือเป็นห้องที่เราใช้เวลาพักผ่อนและทำกิจกรรมต่าง ๆ จึงควรใส่ใจเรื่องสีเป็นพิเศษ จากผลการวิจัยของสถาบันต่าง ๆ มักพบว่า สีมีผลต่ออารมณ์ของผู้ที่อยู่อาศัยทั้งในด้านจิตใจ หรือระดับพลังงาน สีที่แตกต่างกันสามารถปรับสภาพอารมณ์ให้คึกคักหรือสงบลงได้ แต่ถ้าจะเปลี่ยนสีห้องบ่อย ๆ ก็น่าจะสิ้นเปลืองอยู่ไม่น้อย ลองเลือกวิธีที่ง่ายกว่าเพียงเลือกเปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้เหมาะกับสภาพห้องและสภาพอารมณ์ดีกว่าค่ะ เพิ่มความสดใสให้ห้องนอนด้วยผ้าปูที่ลายดอกไม้ โทนสีส้มหรือสีเหลืองที่ช่วยให้รู้สึกสบายใจและผ่อนคลาย มีความสุขมากขึ้นแถมยังทำให้ห้องสว่างขึ้นด้วยนะ

  • เรียบหรู ๆ ดูดีแบบเคร่งขรึม อย่างผ้าปูที่นอนสีดำหรือสีเข้ม ๆ ซึ่งเหมาะกับห้องโล่ง ๆ ไม่เน้นการตกแต่งมากมายและเป็นสไตล์คลาสสิก ดูเท่ไปอีกแบบเหมาะสำหรับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย
  • เน้นเรียบ ๆ สีขาวเบสิค เป็นสีที่ทำให้ห้องกว้างขึ้นและทำให้บรรยากาศรอบข้างดูผ่อนคลาย ดูสว่าง ดูสดชื่น หากห้องนอนได้รับแสงสว่างอย่างเพียงพอในยามเช้าก็จะทำให้รู้สึกมีความสุขมากเป็นพิเศษด้วย
  • ลายกราฟฟิก ให้พลังทางความคิดสร้างสรรค์ และแสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเองสูงสร้างแรงบันดาลใจในยามเช้าที่ตื่นนอนได้ดี ในด้านของอารมณ์สีโทนเย็นเพื่อความผ่อนคลายจะให้ความรู้สึกเย็น เพิ่มบรรยากาศของการพักผ่อนไปในตัว

จบกันไปแล้ว กับเทคนิคการเลือกซื้อ “ผ้าปูที่นอน” ที่ช่วยให้คุณนอนหลับสบายขึ้น เพราะในปัจจุบันผ้าปูที่นอนมีความหลากหลายทั้งเนื้อผ้า ลวดลาย และราคา ดังนั้นอย่าลืมนำเทคนิคเหล่านี้ไปตามหาผ้าปูที่นอนที่เหมาะสมกับคุณกันนะคะ เพื่อให้การนอนหลับพักผ่อนของคุณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มพลังให้กับร่างกายพร้อมรับมือกับเช้าวันใหม่อีกครั้ง

รวบรวม 10 เทคนิคลดพุง ลดหน้าท้องมาฝากทุกคนกันค่ะ ว่าแต่จะมีวิธีไหนบ้าง ตามไปดูพร้อมกันเลย!!

อ่านบทความเพิ่มเติม การศึกษามหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด (University of Oxford) มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก